การแคสติ้ง (Casting) ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับนักแสดงมือใหม่ เพราะนอกจากจะต้องกล้าแสดงออกแล้ว การแคสติ้งยังเป็นตัวชี้แนะว่าผู้สมัครจะได้รับงานนั้นหรือไม่ เรียกได้ว่าเป็นการ “สอบ” ครั้งเดียวโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว ในบทความนี้ IkonClass จะมานำเสนอเทคนิคการแคสติ้งที่คุณสามารถนำไปปรับใช้และสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ทันที
สารบัญ
แคสติ้งคืออะไร ?
Casting หรือที่เรียกว่า “แคสติ้ง” เป็นขั้นตอนการค้นหานักแสดงเพื่อไปประกอบการถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณา หรือการถ่ายแฟชั่น (ในวงการแฟชั่นอาจจะใช้คำว่า “ออดิชั่น” แทน) ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงในแง่ของวงการภาพยนตร์ การแคสติ้งคือการค้นหานักแสดงที่มีความสามารถในการแสดงตัวละครนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ มีชีวิตชีวา และต้องใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้กำกับได้ จินตนาการเอาไว้ นอกจากนี้แล้วอาจมีการคำนึงถึงรูปร่าง หน้าตา ส่วนสูง ความสามารถพิเศษ ฯลฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ในส่วนของนักแสดงนั้น จะนิยมทำเป็น Comp card หรือการจัดรูปแบบ Collage เพื่อให้เห็นหน้าตาของนักแสดง พร้อมกับระบุค่าสรีระร่างกาย เช่น ส่วนสูง รอบอก รอบเอว สีผิว สีตา อายุ เป็นต้น ซึ่งนายจ้างหรือทีมถ่ายทำก็จะตัดสินใจเบื้องต้นจากการเลือกดู Comp card ก่อนที่จะติดต่อผู้สมัครให้ไปทำการ “แคสติ้ง” หรือการทดลองแสดงตามบทนั่นเอง
สำหรับเทคนิคการจัด Comp card ง่าย ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ในส่วนของนักแสดงนั้น จะนิยมทำเป็น Comp card หรือการจัดรูปแบบ Collage เพื่อให้เห็นหน้าตาของนักแสดง พร้อมกับระบุค่าสรีระร่างกาย เช่น ส่วนสูง รอบอก รอบเอว สีผิว สีตา อายุ เป็นต้น ซึ่งนายจ้างหรือทีมถ่ายทำก็จะตัดสินใจเบื้องต้นจากการเลือกดู Comp card ก่อนที่จะติดต่อผู้สมัครให้ไปทำการ “แคสติ้ง” หรือการทดลองแสดงตามบทนั่นเอง
สำหรับเทคนิคการจัด Comp card ง่าย ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ทำความเข้าใจกับบทและตัวละคร
หลังจากที่คุณส่ง Comp card ของคุณไปนับไม่ถ้วน ในที่สุดคุณก็ได้รับเชิญให้ไปแคสติ้งต่อหน้ากรรมการ คุณมีโอกาสเดียวที่จะได้ถ่ายทอดศักยภาพการแสดงออกมา เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะถึงวันแคสติ้ง จึงจำเป็นอย่างมาก ที่คุณจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละครและบทบาทในเนื้อเรื่องอย่างลึกซึ้ง คุณต้องเข้าใจตัวละครว่าเป็นคนนิสัยยังไง พูดแบบไหน เดินยังไง อะไรคือจุดมุ่งหมายของตัวละคร ? อะไรคืออุปสรรคของตัวละคร ? และทำการสวมบทตัวละครนั้นให้สมจริงตามสคริปต์ให้ได้มากที่สุด
หมั่นฝึกซ้อมบท
เปรียบเสมือนการสัมภาษณ์งาน การแคสติ้งก็ต้องมีการเตรียมพร้อมที่ดี คุณต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความจริงจังในการทำงาน ผู้สมัครจะต้องหมั่นฝึกซ้อมบท ท่องจำให้ได้อย่างแม่นยำและแสดงความมั่นใจในการแสดงออกมาได้อย่างไม่ลังเล การแคสติ้งที่ดีจะต้องแสดงให้ดูลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และไม่ควรมีการหยุดกลางคันเพื่อรื้อฟื้นความจำบท
ฝึกกับกระจกหรือกล้อง
เพียงแค่ฝึกซ้อมพูดบทด้วยปากเปล่าอาจจะไม่เพียงพอ เพราะการแคสติ้งของบางที่อาจจะมีการใช้กล้องถ่ายจริง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่ไม่เคยเข้ากล้อง ก็จะไม่รู้ว่าควรมองตรงจุดไหนของกล้องเวลาพูดบท หรือว่าควรหันหน้ารับกล้องด้วยองศาไหนถึงจะดูดี เพราะฉะนั้น แนะนำให้ลองฝึกซ้อมกับกระจก หรือ ทำการอัดวิดีโอในขณะที่ซ้อมบท และนำกลับมานั่งทบทวนว่าควรแก้ไขในจุดไหน เช่น การหาโทนเสียงที่เหมาะสมกับอารมณ์ของตัวละครในแต่ละซีน การสังเกตุองศาของหน้าตัวเองจากมุมกล้องต่าง ๆ รวมไปถึงการแสดงสีหน้าและภาษากายที่ถูกต้อง
ใช้จินตนาการ
นอกเหนือจากบทที่ได้มาแล้ว คุณสามารถใช้จินตนาการเพื่อตีความตัวละครและเนื้อเรื่องให้แตกต่างได้เล็กน้อย โดยที่ยังคงความเป็นตัวละครของต้นฉบับอยู่ นอกจากจะเป็นการแสดงศักยภาพในฐานะนักแสดงแล้ว ยังสามารถช่วยให้คุณเป็นที่น่าจดจำได้ดีกว่าผู้สมัครอื่น ๆ อีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณไม่จำเป็นต้องตีความหลากหลายมาให้ทีมแคสติ้งเลือก แต่คุณควรมั่นใจในการตีความตัวละครและบทบาทในแบบของ “คุณ” และแสดงออกมาให้ได้ดีที่สุดเสียมากกว่า
แต่งตัวให้เหมาะสม
สำหรับงานแคสติ้งบางที่ ก็อาจจะมีการจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้สำหรับผู้สมัคร แต่ด้วยทั่วไปแล้วผู้สมัครจะเป็นคนเลือกเสื้อผ้าเอง การแต่งกายสำหรับงานแคสติ้งที่เหมาะสมก็คือ การแต่งตัวให้เข้ากับลุคตัวละครเท่าที่จะทำได้ เสื้อผ้าที่เลือกใส่ไม่ควรมีลวดลาย สีฉูดฉาด หรือโลโก้แบรนด์ที่จะดึงดูดความสนใจจากการแสดง ควรจะเป็นเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่าย
อย่าลืมมารยาทในที่ทำงาน
อย่าลืมมารยาทที่สำคัญในวงการบันเทิง นั่นก็คือ การตรงต่อเวลา เมื่อทีมแคสติ้งได้สละเวลามานั่งดูการแสดงของคุณแล้ว คุณก็ควรให้เกียรติเวลาของทีมงานด้วยการมาตรงต่อเวลา เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแล้ว ยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่าคุณมีวินัยในการทำงาน และสามารถมาตรงตามเวลาได้จริง ๆ เมื่อถึงวันที่ต้องเข้ากองถ่าย